จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร, เครื่องดื่มสมุนไพร, ผลิตภัณฑ์น้ำมันฟักข้าวสVINAGA-DHA

 Search

  

สมุนไพรเพชรนาคา
 กระชายดำแคปซูล
 กระเทียมแคปซูล
 กวาวเครือขาวแคปซูล
 กวาวเครือแดงแคปซูล
 กษัยเส้นแคปซูล
 
ขมิ้นชันแคปซูล
 ใบแป๊ะก๊วยแคปซูล
 เพชรสังฆาตแคปซูล
 มะระขี้นกแคปซูล
 
รางจืดแคปซูล
 ว่านชักมดลูกแคปซูล
 
เห็ดหลินจือแคปซูล


 สมุนไพรโพธิ์ทอง
 เก็กฮวยผงสำเร็จรูป
 ขิงผงสำเร็จรูป
 คำฝอยผงสำเร็จรูป 
 มะตูมผงสำเร็จรูป
 เห็ดหลินจือผงสำเร็จรูป


 VINAGAน้ำมันฟักข้าว
 VINAGA-DHAน้ำมันฟักข้าว


 สมุนไพรไอยรา
 กระชายดำผงชงดื่ม



 Facebook แฟนเพจ

เพิ่มเพื่อน

         


 ตรวจสอบสถานะสิ่งของ


 Side
 สถิติวันนี้ 89 คน
 สถิติเมื่อวาน 112 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1901 คน
30782 คน
1431310 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-26

 

 ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ bookmuey (บุ๊คเหมย) ร้านค้าออนไลน์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herb)
ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน


สรรพคุณสมุนไพรหญ้าหวาน

 

ชื่อสมุนไพร :  หญ้าหวาน
ชื่อสามัญ (ชื่อภาษาอังกฤษ) :  Stevia
ชื่ออื่น : -
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Stevia rebaudiana Bertoni
ชื่อวงศ์ :  Asteraceae
ส่วนที่ใช้ : 
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 

     * ต้นหญ้าหวาน เป็นพืชล้มลุกอายุประมาณ 3 ปี ลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย มีความสูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีลำต้นแข็งและกลม ลักษณะทั่วไปคล้ายต้นโหระพา ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการใช้กิ่งชำปลูก
     * ใบหญ้าหวาน ใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบคล้ายรูปหอกหัวกลับ ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย มีรสหวานมากใช้แทนน้ำตาลได้
     * ดอกหญ้าหวาน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกมีสีขาว ดอกเล็ก กลีบเป็นรูปไข่สีขาวเล็กมาก มีเกสรีตัวผู้เป็นสีขาวงอไปมา ยื่นออกมาเล็กน้อย

 สรรพคุณหญ้าหวาน

      หญ้าหวานเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบราซิล และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัยในทวีปอเมริกาใต้ ใบหญ้าหวานนั้นมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่เป็นความหวานที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และที่สำคัญก็คือสารสกัดที่ได้จากหญ้าหวานที่มีชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) นั้นเป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า ! และด้วยความที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยได้มีการนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเครื่องดื่ม ยาสมุนไพร และในด้านการแพทย์
      ซึ่งแน่นอนว่า ชาวพื้นเมืองในประเทศปารากวัยก็รู้จักนำหญ้าหวานมาสกัดเพื่อใช้ในการบริโภคหลายศตวรรษแล้ว โดยนำมาใช้ผสมในเครื่องดื่ม ชงกับชา ฯลฯ และสำหรับต่างประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่นก็ได้มีการใช้สารสกัดดังกล่าวมานานมากเป็นสิบๆ ปีแล้ว โดยนำไปใช้ผสมกับผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ผักดอง เนื้อปลาบด เป็นต้น
      สำหรับในประเทศไทย หญ้าหวานได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในภายหลัง และได้มีการนำเข้ามาปลูกในช่วงปี พ.ศ.2518 โดยได้มีการนำมาเพาะปลูกในภาคเหนือ ซึ่งจะเพราะปลูกกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูน เนื่องจากพืชนิดนี้จะชอบอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และพืชชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเมื่อเพาะปลูกในพื้นที่สูง ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-700 เมตร

      หญ้าหวานมีการใช้กันอย่างกว้างขวางยาวนานโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ.1887 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีรายงานว่ามันเป็นอันตรายแต่อย่างใด จนกระทั่งต่อมาในปี ค.ศ.1985 ก็ได้มีผลงานวิจัยทางด้านลบของหญ้าหวานออกมา โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อ John M. Pezzuto และคณะ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้สรุปผลการวิจัย และตีพิมพ์ลงในวารสาร Proc. Nati. Acad. Sci. โดยระบุว่าหญ้าหวานนั้นอันตราย เพราะทำให้เกิดการ Mutagenic สูงมากในหนูทดลอง ซึ่งจากผลงานวิจัยนี้เอง ส่งผลให้องค์การอาหาร และยาของสหรัฐ(FDA) ออกมาประกาศว่าหญ้าชนิดนี้ไม่ปลอดภัย และห้ามใช้เป็นสารปรุงแต่งในอาหาร และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย (ขณะนั้นนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี)
      ต่อมาในปี ค.ศ.1991 มีนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า Emily Procinska และคณะ ได้ออกมาค้นรายงานวิจัยของ John M. Pezzuto ว่าอาจมีข้อผิดพลาด โดยตีพิมพ์ในวารสาร Mutagenesis ระบุว่า หญ้าหวานไม่มีผลทำให้เกิด Mutagenic แต่อย่างใด ทั้งนี้ได้ทำการทดลองซ้ำอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นเป็นมาก็ได้มีรายงานต่างๆ ออกตามมาอีกมากมายที่ระบุว่าผลของ mutagenic ในสารสกัดหญ้าหวานมีผลน้อยมาก หรืออาจจะมีผลบ้างเล็กน้อย และต่อมาได้มีการตรวจสอบความเป็นพิษพบว่างานวิจัยส่วนมากระบุว่าหญ้าหวานไม่มีพิษ และไม่มีหลักฐานใดๆ ระบุว่าหญ้าชนิดนี้อาจจะทำให้เกิดข้อบกพร่อง หรือเกิดโรคมะเร็งแต่อย่างใด
      แต่กระนั้นก็ตาม FDA ของสหรัฐเองก็ยังไม่สั่งระงับการห้ามใช้หญ้าหวานแต่อย่างใด จนในที่สุดองค์การอนามัยโลก หรือ WHO (World Health Organization) ได้ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ย และได้รายงานการประเมินผลอย่างละเอียดจากงานวิจัยต่างๆ และได้ระบุว่าหญ้าชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด และในที่สุดเมื่อปี ค.ศ.2009 ที่ผ่านมา FDA สหรัฐก็ได้มีการประกาศว่าหญ้าหวานเป็นพืชที่ปลอดภัย และให้การยอมรับว่าเป็น GRAS (Generally Recognized As Safe) และจากผลงานวิจัยของทีมวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ข้อสรุปว่า สารสกัดจากหญ้าหวานมีความปลอดภัยในทุกๆ กรณี โดยค่าสูงสุดที่กินได้อย่างปลอดภัยคือ 7,938 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงมากถ้าเทียบเท่ากับการการผสมในเครื่องดื่มหรือกาแฟถึง 73 ถ้วยต่อวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะคนส่วนใหญ่กินกันประมาณ 2-3 ก็ถือว่ามากเพียงพอต่อวันแล้ว ซึ่งการใช้หญ้าหวานอย่างปลอดภัย คือ ประมาณ 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่หวานมากจนเกินไป
      ในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้มีขึ้นทะเบียนให้สามารถใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภคแทนน้ำตาลได้ เพราะมีความปลอดภัยสูง มีพิษเฉียบพลันต่ำ ไม่เป็นอันตราย หรือมีผลข้างเคียงใดๆ และที่สำคัญหญ้าหวานยังจัดให้อยู่ในหมวดพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งอีกด้วย
      ฤทธิ์ในการออกรสหวานของสารสตีวิโอไซด์จะไม่เหมือนกับน้ำตาลซะทีเดียว เนื่องจากสารสตีวิโอไซด์จะออกรสหวานช้ากว่าน้ำตาลทรายเล็กน้อย และรสหวานของสารสตีวิโอไซด์จะจางหายไปช้ากว่าน้ำตาลทราย นอกจากนี้สารดังกล่าวยังเป็นสารที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารแต่อย่างใด เพราะมีแคลลอรี่ต่ำมาก หรือไม่มีเลย และจะไม่ถูกย่อยให้เกิดเป็นพลังงานกับร่างกาย แต่จากข้อด้อยตรงนี้นี่เองก็ถือเป็นจุดเด่นที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต โรคอ้วน และโรคหัวใจ

        1. สมุนไพรหญ้าหวาน ช่วยเพิ่มกำลังวังชา
        2. หญ้าหวานช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น
        3. หญ้าหวานช่วยในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
        4. สรรพคุณหญ้าหวานช่วยลดไขมันในเส้นเลือดสูง
        5. หญ้าหวานช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
        6. หญ้าหวาน สรรพคุณช่วยบำรุงตับ
        7. สรรพคุณทางยาของหญ้าหวานช่วยสมานแผลทั้งภาย และภายนอก
        8. หญ้าหวานช่วยเพิ่มการรับประทานอาหาร และช่วยลดความขมในอาหารได้
        9. หญ้าหวานใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยไม่ทำให้นำตาลในเลือดสูง
      10. หญ้าหวานใช้ในการทำขนม อาหาร แทนน้ำตาลได้


ต้นหญ้าหวาน

      11หญ้าหวานให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200-300 เท่าแต่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ไม่ทำให้อ้วน ไม่มีไขมัน และไม่มีแคลลอรี่
      12. หญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลัง
      13. หญ้าหวานใช้ทดแทนเกลือแร่ในผู้ที่ขาดน้ำ
      14. หญ้าหวานช่วยรักษาอาการท้องร่วง
      15. หญ้าหวานลดอาการบวมน้ำได้
      16. หญ้าหวานมีสารต้านอนุมูลอิสระ
      17. หญ้าหวานรักษาอาการท้องร่วง เนื่องจากสามารถลดการสูญเสียน้ำทางลำไส้ได้มากกว่าร้อยละ 90

 


ใบและดอกหญ้าหวาน


หญ้าหวานอบแห้ง

   


ปรับปรุงล่าสุด : มิถุนายน 2557

ที่มา :
1. มูลนิธิสุขภาพไทย
2. ฝ่ายวิชาการสถาบันการแพทย์แผนไทย
3. รองศาสตราจารย์ ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
4. ทีมวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
5. สารานุกรมไทยรวมหลักเภสัชกรรมไทย (วุฒิ วุฒิธรรมเวช)
6. เว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


สรรพคุณสมุนไพรอื่นๆ 


 

bookmuey จำหน่ายชุดกีฬา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
คุณหนึ่ง โทรศัพท์ : 08-1414-8289
, / ID LINE : @bookmuey